กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) and Its Implications for Thailand  

ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM)

          สหภาพยุโรปได้ริเริ่มใช้กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ภายใต้กรอบของ European Green Deal ซึ่งเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการกำหนดราคาคาร์บอนให้แก่สินค้านำเข้าที่มีคาร์บอนเข้มข้น เพื่อให้เทียบเท่ากับราคาคาร์บอนของสินค้าที่ผลิตภายในสหภาพยุโรป

กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลัก 6 ประเภท ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ซีเมนต์ ไฟฟ้า และไฮโดรเจน นอกจากนี้ ยังรวมถึงสินค้าปลายน้ำบางประเภท เช่น สายเคเบิลอะลูมิเนียมและตัวยึดเหล็ก (European Commission, 2025)

Understanding the Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM)

The European Union has introduced the Carbon Border Adjustment Mechanism as part of the European Green Deal. This is a climate policy tool that makes sure that imported carbon-intensive goods face a carbon price equivalent to EU-produced goods. CBAM covers six main types of products: iron and steel, aluminum, fertilizers, cement, electricity, and hydrogen. It also covers other downstream items such as aluminum cables and steel fasteners (European Commission, 2025).

แนวทางในการเตรียมความพร้อมของประเทศไทยและข้อสรุป

          โดยสรุป กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM)ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ             ของนโยบายการค้าระหว่างประเทศ ที่หลอมรวมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับกลไกทางเศรษฐกิจ ประเทศไทยควรปรับปรุงแนวปฏิบัติในภาคอุตสาหกรรม ยกระดับการจัดการคาร์บอน และเร่งพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตที่ปล่อยคาร์บอนต่ำ เพื่อให้สามารถเข้าร่วมในตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน การประสานความร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และการดำเนินมาตรการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างเป็นรูปธรรม  เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหภาพยุโรป ในฐานะสถาบันการศึกษา คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้มีบทบาทในการเสริมสร้างความพร้อมของประเทศไทยผ่านการดำเนินงานของโครงการ Policy Lab ด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ตลอดจนการจัดตั้งหน่วยรับรอง          มีความสามารถในการดำเนินการตรวจสอบความใช้ได้และทวนสอบ (Validation and Verification Body : VVB) ด้านคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร