การปิดช่องว่างการศึกษาด้านสภาพภูมิอากาศ: การบูรณาการความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ระดับประถมศึกษาสู่มหาวิทยาลัย

การปิดช่องว่างการศึกษาด้านสภาพภูมิอากาศ: การบูรณาการความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ระดับประถมศึกษาสู่มหาวิทยาลัย Closing the Climate Education Gap: Integrating Climate Literacy from Primary Schools to Universities. Policy Lab: ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านนิเวศอุตสาหกรรม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล   ความเป็นมา ท่ามกลางผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ระบบการศึกษาจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้แก่คนรุ่นใหม่ด้วยความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่จำเป็นสำหรับการสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในช่วงที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า การศึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงมีลักษณะเป็นเศษส่วนและขาดการบูรณาการอย่างเพียงพอทั้งในระดับประถมศึกษาและระดับอุดมศึกษา ในระดับประถมศึกษา รายงานล่าสุดของ UNESCO เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ระดับประถมศึกษา” ได้ศึกษาหลักสูตรชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 6 กว่า 830 หลักสูตรจาก 88 ประเทศทั่วโลก ผลการศึกษาพบว่า ร้อยละ 66 ของหลักสูตรมีการกล่าวถึงเนื้อหาด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างน้อยหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตาม ระดับความเข้มข้นโดยรวมยังอยู่ในระดับจำกัด โดยร้อยละ 55 ของหลักสูตรมีระดับการให้ความสำคัญต่อประเด็นดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และร้อยละ …

การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก:บทบาทของการค้า นโยบายและความร่วมมือระหว่างประเทศ

การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก:บทบาทของการค้า นโยบายและความร่วมมือระหว่างประเทศ  Achieving Net-Zero Emissions in the Asia-Pacific: The Role of Trade, Policy, and International Cooperation การจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมนั้นแทบจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจำเป็นต้องอาศัยการขจัดการปล่อยคาร์บอนสุทธิทั่วโลกให้หมดสิ้นภายในปี พ.ศ. 2593 ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนับเป็นแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายใหญ่ที่สุดของโลกและในขณะเดียวกันก็เป็นภูมิภาคที่มีความเปราะบางสูงที่สุดต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยเหตุนี้ ภูมิภาคนี้จึงจำเป็นต้องอยู่ในจุดศูนย์กลางของความพยายามดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมที่ประเทศต่าง ๆ กำหนดขึ้นในระดับชาติ (Nationally DeterminedContributions: NDCs) ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนของโลกได้เพียงสองในสามของระดับในปี พ.ศ. 2568 เท่านั้น มิใช่การขจัดการปล่อยก๊าซเหล่านั้นอย่างสมบูรณ์ (Peter A. Petri, 2026) ในรายงานของธนาคารพัฒนาเอเชีย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่มีชื่อว่าเศรษฐศาสตร์ของการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์: สถานการณ์เชิงนโยบายและบทบาทของการค้าและความร่วมมือ ได้ใช้แบบจำลองทางเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อมเชิงดุลยภาพทั่วไปเชิงคำนวณ (Computable General Equilibrium: CGE) ที่ครอบคลุมและสมบูรณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์จำนวน …

การขับเคลื่อนการเติบโตสีเขียวและความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย: แนวทางนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

การขับเคลื่อนการเติบโตสีเขียวและความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย: แนวทางนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่ง Advancing Green Growth and Climate Resilience in Thailand: Policy Insights for Sustainable Development Policy Lab: ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ความเป็นมา           ประเทศไทยมีความเปราะบางสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเล เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง และรูปแบบปริมาณน้ำฝนที่แปรปรวน ล้วนก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งพื้นที่เขตเมืองและเขตชนบท [1] ผลกระทบดังกล่าวอาจส่งผลต่อภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม การท่องเที่ยว และการประมง การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับปรับปรุง (NDC 3.0) ของประเทศไทยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 47 ภายในปี พ.ศ. 2578 และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ [2]           รายงานของธนาคารโลก เรื่อง สู่ประเทศไทยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้ข้อมูลเชิงลึกและข้อเสนอแนะอันทรงคุณค่าเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโอกาสในการยกระดับวาระความยั่งยืนของประเทศไทย [1] ดังนี้ ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่สำคัญ …

ประเทศไทยเดินหน้านำคาร์บอนเครดิตสู่ตลาดอนุพันธ์: จุดเปลี่ยนสำคัญของการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศและการกำกับดูแลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

Thailand Moves Carbon Credits into Derivatives Market: A Turning Point for Climate Finance and Compliance ประเทศไทยเดินหน้านำคาร์บอนเครดิตสู่ตลาดอนุพันธ์: จุดเปลี่ยนสำคัญของการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศและการกำกับดูแลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความเป็นมา ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินสีเขียว เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประกาศว่า ภายหลังได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ประเทศไทยจะขยายประเภทสินทรัพย์อ้างอิงที่อนุญาตภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 ให้ครอบคลุมคาร์บอนเครดิต การเปลี่ยนแปลงสำคัญดังกล่าวเปิดทางให้คาร์บอนเครดิตสามารถใช้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงใน ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (TFEX) และยังรวมถึงสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงใบรับรองพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy Certificates: RECs) เป็นสินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มเติม มาตรการนี้เอื้อให้เกิดทั้งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการส่งมอบสินทรัพย์จริง (physically settled futures) และตราสารอนุพันธ์ที่ชำระราคาเป็นเงินสด (cash-settled derivatives) ซึ่งเชื่อมโยงกับคาร์บอนเครดิต สอดคล้องกับร่างพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเป้าหมายระดับชาติในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2050 การตัดสินใจดังกล่าวนับเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการเครื่องมือด้านคาร์บอนเข้าสู่โครงสร้างระบบการเงินหลักของประเทศ โดยยกระดับสถานะของคาร์บอนเครดิตจากเครื่องมือด้านสิ่งแวดล้อมไปสู่สินทรัพย์เพื่อการบริหารความเสี่ยงทางการเงิน …

มุ่งสู่ห่วงโซ่อุปทานด้านการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน Towards Sustainable Health Care Supply Chains: Advancing Low-Carbon and Climate-Resilient Systems

มุ่งสู่ห่วงโซ่อุปทานด้านการดูแลสุขภาพที่ยั่งยืน: การยกระดับระบบคาร์บอนต่ำและระบบที่มีความยืดหยุ่นต่อสภาพภูมิอากาศTowards Sustainable Health Care Supply Chains: Advancing Low-Carbon and Climate-Resilient Systems   ระบบสุขภาพมีการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับโลกอย่างมาก ทั้งในด้านพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และสินค้าและบริการที่จำเป็น ความพึ่งพาดังกล่าวทำให้ประชาชนมีความเปราะบางต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้มีการประยุกต์ใช้แนวทางคาร์บอนต่ำและแนวทางที่เสริมสร้างความสามารถในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศได้ ห่วงโซ่อุปทานด้านการดูแลสุขภาพในปัจจุบันจำนวนมาก  ยังขาดศักยภาพในการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ให้มีความปลอดภัยอย่างเพียงพอภายใต้สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคสุขภาพมากกว่าร้อยละ 71 มาจากการปล่อยในขอบเขตที่ 3 (Scope 3)    ซึ่งส่วนใหญ่มาจากห่วงโซ่อุปทานด้านการดูแลสุขภาพ และอีกร้อยละ 12 มาจากการใช้พลังงานที่ซื้อมา (Scope 2) ส่งผลให้รอยเท้าคาร์บอนของภาคสุขภาพในระดับโลกสูงถึงร้อยละ 83 มาจากห่วงโซ่อุปทาน ดังนั้น การเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานด้านการดูแลสุขภาพที่มีคาร์บอนต่ำและมีความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง     ทั้งในด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการสร้างหลักประกันความต่อเนื่องของการให้บริการด้านสุขภาพ   Health systems rely heavily on both local and global supply chains for …

การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานผ่านเครื่องมือการตัดสินใจบนฐานความเสี่ยง Advancing Infrastructure Resilience through Risk-Informed Decision Tools

การเสริมสร้างความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐานผ่านเครื่องมือการตัดสินใจบนฐานความเสี่ยงAdvancing Infrastructure Resilience through Risk-Informed Decision Tools ภายใต้บริบทของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และความถี่ของภัยพิบัติที่ปรากฏชัดเจนมากยิ่งขึ้น ระบบโครงสร้างพื้นฐานจำเป็นต้องได้รับการออกแบบและบริหารจัดการให้มีความยืดหยุ่น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างมีประสิทธิผล โครงสร้างพื้นฐานเป็นฐานรองรับ มากถึงร้อยละ 92 ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)  ความเสียหายของโครงสร้างพื้นฐานอันเกิดจากแรงกระแทก (shocks) และแรงกดดัน (stresses) ส่งผลให้บริการสาธารณะที่จำเป็นเกิดการหยุดชะงัก และก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยมีมูลค่าความสูญเสียเฉลี่ยทั่วโลกกว่า 700 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งประเทศรายได้ต่ำและปานกลาง (LMICs) เป็นผู้รับภาระความสูญเสียคิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 54 As climate change speeds up and disasters happen more often, infrastructure systems need to be more resilient for sustainable development.  Infrastructure underpins 92% of the …

การจัดการช่องว่างทางการเงินด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย : แนวทางสู่อนาคตคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ Addressing Thailand’s Climate Finance Gap: Approaches for Achieving a Net-Zero Future

การจัดการช่องว่างทางการเงินด้านสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย : แนวทางสู่อนาคตคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ Addressing Thailand’s Climate Finance Gap: Approaches for Achieving a Net–Zero Future   ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญของการพัฒนาระบบการเงินด้านสภาพภูมิอากาศ กระแสการลงทุนในปัจจุบันแม้จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายของประเทศในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงได้มากถึงร้อยละ 33 แบบไม่มีเงื่อนไข และร้อยละ 40 ภายในปี พ.ศ. 2573 ภายใต้การสนับสนุนจากนานาชาติ ตลอดจนการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี                  พ.ศ. 2593 นอกจากนี้ รัฐบาลได้ประกาศปรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์จากปี             พ.ศ. 2608 มาเป็นปี พ.ศ. 2593 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญภายใต้การบริหารงานชุดใหม่ และแสดงถึงความมุ่งมั่นของประเทศในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน              มากยิ่งขึ้น  Thailand is at a critical turning point in its climate finance journey. Current investment flows, while …

ภาพรวมของระบบการกำหนดราคาคาร์บอน: สถานการณ์ทั่วโลกและบริบทของประเทศไทย (Policy Lab Brief: An Overview of Carbon Pricing: Global Status and Thailand Context)

ภาพรวมของระบบการกำหนดราคาคาร์บอน: สถานการณ์ทั่วโลกและบริบทของประเทศไทย          (Policy Lab Brief:  An Overview of Carbon Pricing: Global Status  and Thailand Context) การกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) เป็นกลไกทางเศรษฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างสมดุลระหว่างต้นทุนของการใช้เชื้อเพลิงหรือกระบวนการที่มีการปล่อยคาร์บอนสูง กับต้นทุนทางสังคมจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ในขณะที่ความพยายามระดับโลกในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทวีความเข้มข้นมากขึ้น ระบบการกำหนดราคาคาร์บอนที่ออกแบบอย่างเหมาะสมสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ กระตุ้นนวัตกรรมทางเทคโนโลยี และช่วยลดการใช้จ่ายภาครัฐ ทั้งยังเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายสำคัญที่สนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างยั่งยืน รายงานฉบับนี้นำเสนอแนวโน้มของการกำหนดราคาคาร์บอนในระดับโลก ประเภทของเครื่องมือกำหนดราคาคาร์บอน และการประยุกต์ใช้ในบริบทของประเทศไทย Carbon pricing is growing critical to balance the cost of utilizing carbon-intensive fuels or processes with societal costs and minimize greenhouse gas (GHG) emissions as global …

การเสริมสร้างความเข้มแข็งของข้อตกลงที่ประเทศกำหนดขึ้นเอง (Nationally Determined Contributions: NDCs) ผ่านปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศในเขตเมือง (Urban Climate Action)

Strengthening Nationally Determined Contribution (NDCs) through Urban Climate Action การเสริมสร้างความเข้มแข็งของข้อตกลงที่ประเทศกำหนดขึ้นเอง (Nationally Determined Contributions: NDCs) ผ่านปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศในเขตเมือง  เมืองมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ เมืองต่างๆ มีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG) ทั่วโลกมากกว่า 70% และมีการใช้พลังงานมากถึง 78% ของโลก นอกจากนี้ เมืองยังมีความอ่อนไหวต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ เช่น อุทกภัย ภาวะความเครียดจากความร้อน และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น (IPCC AR6, 2023, อ้างถึงใน UN-Habitat, 2025) นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศระดับชาติยังคงมีข้อจำกัดในการผนวกรวมประเด็นของเมืองเข้าไป ผลการวิเคราะห์ข้อตกลงที่ประเทศกำหนดขึ้นเอง (NDCs) ฉบับที่สอง พบว่า 73% มีเนื้อหาเกี่ยวกับเมืองในระดับต่ำหรือปานกลางเท่านั้น ในขณะที่มีเพียง 27% ที่มีข้อผูกพันเชิงพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม (UNDP, UN-Habitat & SDU.Resilience, 2024)   Cities play a …

กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย

Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) and Its Implications for Thailand   ความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM)           สหภาพยุโรปได้ริเริ่มใช้กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (Carbon Border Adjustment Mechanism: CBAM) ภายใต้กรอบของ European Green Deal ซึ่งเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศที่มีเป้าหมายในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยการกำหนดราคาคาร์บอนให้แก่สินค้านำเข้าที่มีคาร์บอนเข้มข้น เพื่อให้เทียบเท่ากับราคาคาร์บอนของสินค้าที่ผลิตภายในสหภาพยุโรป กลไกการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ครอบคลุมผลิตภัณฑ์หลัก 6 ประเภท ได้แก่ เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ปุ๋ย ซีเมนต์ ไฟฟ้า และไฮโดรเจน นอกจากนี้ ยังรวมถึงสินค้าปลายน้ำบางประเภท เช่น สายเคเบิลอะลูมิเนียมและตัวยึดเหล็ก (European Commission, 2025) Understanding the Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) The European Union has …