การเตรียมความพร้อมสำหรับการรายงานก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 (Scope 3) ยุคถัดไป: ข้อเสนอแก้ไขสำคัญจากรายงานความคืบหน้าระยะที่ 1 ของ GHG Protocol

การเตรียมความพร้อม สำหรับการรายงานก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3(Scope 3) ยุคถัดไป: ข้อเสนอแก้ไขสำคัญจากรายงานความคืบหน้า ระยะที่ 1 ของ GHG Protocol  (English Version Below) ความเป็นมา           ท่ามกลางความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการเปิดเผยข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมอย่างโปร่งใสและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร การรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขอบเขตที่ 3 (Scope 3) ได้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG accounting) ขององค์กร มาตรฐาน Corporate Value Chain (Scope 3) Accounting and Reporting Standard ของ GHG Protocol ได้รับการเผยแพร่ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2011 และได้ช่วยให้องค์กรทั่วโลกสามารถวัดและรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่คุณค่าได้ [1] เพื่อให้มาตรฐานดังกล่าวยังคงมีความทันสมัยและสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง GHG Protocol ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั่วโลก (global stakeholder consultation) ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2022 ถึงเดือนมีนาคม ค.ศ. …

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลีกเลี่ยงได้ (Avoided Emissions: AE) ในการบัญชีก๊าซเรือนกระจก: ทำความเข้าใจแนวคิดใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น “Scope 4”

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลีกเลี่ยงได้ (Avoided Emissions: AE) ในการบัญชีก๊าซเรือนกระจก: ทำความเข้าใจแนวคิดใหม่ที่กำลังเกิดขึ้น “Scope 4” Policy Lab: ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (English Version Below) ความเป็นมา           การมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) จำเป็นต้องอาศัยการบัญชีก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG) ที่ครอบคลุมรอบด้าน มาตรฐาน GHG Protocol ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยสถาบันทรัพยากรโลก (World Resources Institute: WRI) และสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (World Business Council for Sustainable Development: WBCSD) ได้แบ่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กรออกเป็น Scope 1 (การปล่อยก๊าซโดยตรง) Scope 2 (การปล่อยก๊าซทางอ้อมจากพลังงานที่จัดซื้อ) และ Scope 3 (การปล่อยก๊าซทางอ้อมอื่น ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่าขององค์กร) [1] …

มีเทนในฐานะมลสารภูมิอากาศที่มีช่วงอายุสั้น: โอกาสเร่งด่วนเพื่อการดำเนินงานด้านภูมิอากาศและสาธารณสุข

มีเทนในฐานะมลสารภูมิอากาศที่มีช่วงอายุสั้น: โอกาสเร่งด่วนเพื่อการดำเนินงานด้านภูมิอากาศและสาธารณสุข Policy Lab: ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ความเป็นมา           มีเทน (CH₄) เป็นแก๊สเรือนกระจกที่มีศักยภาพสูงและเป็นปัจจัยสำคัญอันดับสองที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนรองจากคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) มีเทนเป็นแก๊สเรือนกระจกที่มีความรุนแรงกว่า CO₂ และคงอยู่ในชั้นบรรยากาศประมาณ 12 ปี โดยในช่วง 20 ปีแรก มีเทนสามารถกักเก็บความร้อนได้มากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 86 เท่า ก่อให้เกิดความร้อนเพิ่มขึ้น 0.5°C มีเทนเป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัจจุบันระดับความเข้มข้นในชั้นบรรยากาศสูงกว่าระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมมากกว่าสองเท่าครึ่ง [1] มีเทนพร้อมกับคาร์บอนดำ (Black Carbon: BC) โอโซนในชั้นบรรยากาศโทรโพสเฟียร์ (Tropospheric Ozone: O₃) และสารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (Hydrofluorocarbons: HFCs) ถือเป็นหนึ่งในสี่มลสารภูมิอากาศที่มีช่วงอายุสั้น (Short-Lived Climate Pollutants: SLCPs) ที่มีความสำคัญตามการจัดประเภทขององค์การอนามัยโลก (WHO) [2] แหล่งกำเนิดการปลดปล่อยมีเทน           มากกว่าร้อยละ 60 ของการปลดปล่อยมีเทนทั่วโลกเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ [3] โดยแหล่งกำเนิดหลักจากมนุษย์ …

การปิดช่องว่างการศึกษาด้านสภาพภูมิอากาศ: การบูรณาการความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ระดับประถมศึกษาสู่มหาวิทยาลัย

การปิดช่องว่างการศึกษาด้านสภาพภูมิอากาศ: การบูรณาการความรู้ด้านสภาพภูมิอากาศตั้งแต่ระดับประถมศึกษาสู่มหาวิทยาลัย Closing the Climate Education Gap: Integrating Climate Literacy from Primary Schools to Universities. Policy Lab: ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านนิเวศอุตสาหกรรม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล   ความเป็นมา ท่ามกลางผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่ทวีความรุนแรงขึ้น ระบบการศึกษาจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้แก่คนรุ่นใหม่ด้วยความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่จำเป็นสำหรับการสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาที่ยั่งยืน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยในช่วงที่ผ่านมาชี้ให้เห็นว่า การศึกษาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศยังคงมีลักษณะเป็นเศษส่วนและขาดการบูรณาการอย่างเพียงพอทั้งในระดับประถมศึกษาและระดับอุดมศึกษา ในระดับประถมศึกษา รายงานล่าสุดของ UNESCO เรื่อง “การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนในหลักสูตรวิทยาศาสตร์และสังคมศาสตร์ระดับประถมศึกษา” ได้ศึกษาหลักสูตรชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และปีที่ 6 กว่า 830 หลักสูตรจาก 88 ประเทศทั่วโลก ผลการศึกษาพบว่า ร้อยละ 66 ของหลักสูตรมีการกล่าวถึงเนื้อหาด้านสิ่งแวดล้อม ความยั่งยืน หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างน้อยหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตาม ระดับความเข้มข้นโดยรวมยังอยู่ในระดับจำกัด โดยร้อยละ 55 ของหลักสูตรมีระดับการให้ความสำคัญต่อประเด็นดังกล่าวอยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง และร้อยละ …