การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก:บทบาทของการค้า นโยบายและความร่วมมือระหว่างประเทศ
Achieving Net-Zero Emissions in the Asia-Pacific: The Role of Trade, Policy, and International Cooperation
การจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 1.5องศาเซลเซียสเหนือระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมนั้น
แทบจะเป็นที่แน่นอนแล้วว่าจำเป็นต้องอาศัยการขจัดการปล่อยคาร์บอนสุทธิทั่วโลกให้หมดสิ้นภายในปี พ.ศ. 2593 ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกนับเป็นแหล่งปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายใหญ่ที่สุดของโลกและในขณะเดียวกันก็เป็นภูมิภาคที่มีความเปราะบางสูงที่สุดต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ด้วยเหตุนี้ ภูมิภาคนี้จึงจำเป็นต้องอยู่ในจุดศูนย์กลางของความพยายามดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การมีส่วนร่วมที่ประเทศต่าง ๆ กำหนดขึ้นในระดับชาติ (Nationally DeterminedContributions: NDCs) ในปัจจุบัน
ยังไม่เพียงพอต่อการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 โดยจะสามารถลดการปล่อยคาร์บอนของโลกได้เพียงสองในสามของระดับในปี พ.ศ. 2568 เท่านั้น มิใช่การขจัดการปล่อยก๊าซเหล่านั้นอย่างสมบูรณ์ (Peter A. Petri, 2026) ในรายงานของธนาคารพัฒนาเอเชีย ประจำปี พ.ศ. 2569 ที่มีชื่อว่าเศรษฐศาสตร์ของการเปลี่ยนผ่านสู่การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์: สถานการณ์เชิงนโยบายและบทบาทของการค้าและความร่วมมือ ได้ใช้แบบจำลองทางเศรษฐกิจ-
สิ่งแวดล้อมเชิงดุลยภาพทั่วไปเชิงคำนวณ (Computable General Equilibrium: CGE) ที่ครอบคลุมและสมบูรณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์จำนวน 5 สถานการณ์ ได้แก่ สถานการณ์ฐาน
และสถานการณ์นโยบายทางเลือกอีก 4 สถานการณ์ ซึ่งประกอบด้วย สถานการณ์คำมั่นสัญญา (Pledges) สถานการณ์การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero)
สถานการณ์การลดการรั่วไหลของคาร์บอน (Carbon Leakage Mitigation) และสถานการณ์ความร่วมมือที่มุ่งเป้าหมายทางคาร์บอน (Carbon-Targeted Cooperation)
ข้อค้นพบสำคัญสี่ประการจากสถานการณ์ CGE
● การปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์เป็นเป้าหมายที่บรรลุได้แต่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบอย่างครอบคลุม
การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 ยังคงเป็นไปได้
แต่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและในวงกว้างของเศรษฐกิจโลก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนพลังงาน ซึ่งจะต้องขับเคลื่อนโดยนโยบายภาครัฐที่เข้มแข็ง มิใช่กลไกตลาดเพียงลำพัง
● ต้นทุนทางเศรษฐกิจมีนัยสำคัญแต่อยู่ในระดับที่จัดการได้
การบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 จะมีต้นทุนราวประมาณ ร้อยละ 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ทั่วโลก ทั้งนี้
ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ที่การบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันในรูปแบบการลงทุน กรอบการกำกับดูแล และการใช้พลังงาน
แม้ว่าการสูญเสียที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ปล่อยให้เกิดขึ้นโดยไม่มีการควบคุมอาจสูงถึง ร้อยละ 20 ของ GDP โลก ก็ตาม
● ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งกระบวนการลดการปล่อยคาร์บอนต้องนำโดยความร่วมมือทั้งภายในและระหว่างประเทศ
เนื่องจากสัญญาณจากกลไกตลาดเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้เร็วเพียงพอ
ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความท้าทายส่วนรวมระดับโลกที่ต้องการแนวทางแก้ไขในระดับโลก จึงทำให้ความร่วมมือระหว่างประเทศมีความสำคัญเท่าเทียมกัน
● การค้าสีเขียวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางแก้ไขปัญหาการค้ามีบทบาทสำคัญในการทำให้เทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์พลังงานสีเขียวเข้าถึงได้อย่างกว้างขวางแ
ละมีประสิทธิภาพ การลดอุปสรรคทางการค้าการลดการรั่วไหลของคาร์บอนและการส่งเสริมความร่วมมือด้านกฎระเบียบ
ล้วนเป็นโอกาสเชิงปฏิบัติที่ยังไม่ได้รับการใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่เพื่อสนับสนุนกระบวนการลดคาร์บอนนัยเชิงนโยบาย
โดยสรุป
รายงานฉบับนี้ชี้ให้เห็นว่าการบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 นั้นมีความเป็นไปได้ทั้งในทางเศรษฐกิจและทางเทคนิค
เทคโนโลยีที่จำเป็นมีความพร้อมใช้งานแล้ว ต้นทุนอยู่ในระดับที่จัดการได้ และผลที่ตามมาจากการไม่ดำเนินการใด ๆ จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก
นอกจากนี้ การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวคาดว่าจะได้รับแรงขับเคลื่อนที่เพิ่มมากขึ้นตามกาลเวลา
ผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ และการสร้างงานในระบบเศรษฐกิจสีเขียว
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านนี้จะเผชิญกับการต่อต้านทางการเมืองและความไม่แน่นอนต่าง ๆ ดังนั้น
ภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและมีวิสัยทัศน์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้การดำเนินงานประสบความสำเร็จ
เอกสารอ้างอิง
Peter A. Petri, M. G. P., Cyn-Young Park, Sean Hwang. (2026). The Economics of the Net-Zero
Transition: Policy Scenarios and the Role of Trade and Cooperation. Asian Development Bank.
