การขับเคลื่อนการเติบโตสีเขียวและความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย: แนวทางนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

การขับเคลื่อนการเติบโตสีเขียวและความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย: แนวทางนโยบายเพื่อการพัฒนาที่ยั่ง

Advancing Green Growth and Climate Resilience in Thailand: Policy Insights for Sustainable Development

Policy Lab: ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมนิเวศวิทยาอุตสาหกรรม คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล

ความเป็นมา

          ประเทศไทยมีความเปราะบางสูงต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการเพิ่มสูงขึ้นของระดับน้ำทะเล เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรง และรูปแบบปริมาณน้ำฝนที่แปรปรวน ล้วนก่อให้เกิดภัยคุกคามอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งพื้นที่เขตเมืองและเขตชนบท [1] ผลกระทบดังกล่าวอาจส่งผลต่อภาคส่วนสำคัญ ได้แก่ ภาคเกษตรกรรม การท่องเที่ยว และการประมง การมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับปรับปรุง (NDC 3.0) ของประเทศไทยมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละ 47 ภายในปี พ.ศ. 2578 และบรรลุการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประเทศไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ [2]

          รายงานของธนาคารโลก เรื่อง สู่ประเทศไทยที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและมีความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้ข้อมูลเชิงลึกและข้อเสนอแนะอันทรงคุณค่าเกี่ยวกับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโอกาสในการยกระดับวาระความยั่งยืนของประเทศไทย [1] ดังนี้

ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศที่สำคัญ

ด้านเกษตรกรรมและการประมงภาวะความเครียดจากความร้อนผลกระทบทางเศรษฐกิจ
ความสูญเสียทางการเกษตร 2.9–5.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มูลค่าการผลิตประมงที่มีความเสี่ยง 26.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต้นทุนการทำความเย็นรายปี 11–17 พันล้านดอลลาร์สหรัฐความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศภายในปี พ.ศ. 2593 สูงถึง 553 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ประเด็นสำคัญ

  • ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจต่อภาคเกษตรกรรมและการประมง: การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลคุกคามต่อผลิตภาพทางการเกษตรและทรัพยากรประมง ซึ่งกระทบต่อการดำรงชีพของชุมชนชนบทและกลุ่มประชากรรายได้น้อยเป็นวงกว้าง
  • ภาวะความเครียดจากความร้อนและผลิตภาพแรงงาน: อุณหภูมิที่สูงขึ้นส่งผลให้ผลิตภาพแรงงานในอุตสาหกรรมกลางแจ้ง อาทิ ภาคเกษตรกรรมและภาคการก่อสร้าง ลดลง ในขณะเดียวกันยังเพิ่มความต้องการใช้พลังงานเพื่อการระบายความร้อน
  • การเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม: การสูญเสียพื้นที่ป่าไม้และความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศส่งผลลดทอนความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเพิ่มความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

  1. ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและเสริมสร้างการวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดิน: ยกระดับระบบการจัดการน้ำท่วม เทคโนโลยีการเตือนภัยล่วงหน้า และโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสามารถในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการวางผังการใช้ประโยชน์ที่ดินและการฟื้นฟูระบบนิเวศ
  2. เร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด: เร่งรัดการใช้ประโยชน์จากพลังงานทดแทน ส่งเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และสนับสนุนการนำยานยนต์ไฟฟ้ามาใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
  3. ส่งเสริมแนวปฏิบัติตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน: เสริมสร้างระบบการรีไซเคิล ลดปริมาณขยะพลาสติก และส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ทั้งนี้ภายในปี พ.ศ. 2573 เศรษฐกิจหมุนเวียนมีศักยภาพในการสร้างการจ้างงานประมาณ 160,000 อัตรา และเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของไทยได้ประมาณร้อยละ 1

แหล่งอ้างอิง

[1] World Bank. (2024). Towards a Green and Resilient Thailand.

[2] United Nations Framework Convention on Climate Change (UNFCCC). 2025. Thailand’s Nationally Determined Contribution (NDC 3.0).